เจ้ารถที่เห็นในรูปข้างบนนี่คือ Nissan March ตัวใหม่ล่าสุด Model K13 ที่พึ่งเปิดตัวในไทยไปเมื่อเดือน
มีนาคมที่ผ่านมา และตอนนี้ก็ได้มีผลิตส่งออกไปขายที่ญี่ปุ่นเป็นที่เรียบร้อยและมีการเปิดตัวที่ญี่ปุ่นไปเมื่อ
กลางเดือนกรกฏาคมที่ผ่านมาได้ข่าวว่าได้รับการตอบรับที่ดีใช้ได้เลยทีเดียวและที่สำคัญเป็นรถของ
Nissan ที่ผลิตในไทยแล้วไปส่งขายญี่ปุ่นเป็นรุ่นแรกอีกสะด้วยน่าภูมิใจนิดๆเหมือนกันนะเนี่ย ^^
(แต่ก็มีเรื่องให้น้อยใจในความแตกต่างของ option อยู่เหมือนกัน - -;)

กว่าจะเลือกซื้อเจ้า March คันนี้ได้ก็ใช้เวลานานและผ่านอะไรๆมาเยอะครับด้วยทีแรกเลยผมไม่มีความคิด
อยู่ในหัวเลยสักนิดในการซื้อรถมาขับใช้งานเพราะว่าชินกับการไปไหนมาไหนด้วยรถเมล์หรือนั่งรถไฟฟ้า BTS
อยู่แล้วตั้งแต่เด็กที่บ้านก็เลยมีแค่พ่อกับพี่ชายขับรถ ส่วนผมจะเป็นคนนั่งติดรถไปด้วยซะมากกว่าแต่ถึงยังงั้น
ผมก็ไปสอบใบขับขี่ผ่านตั้งแต่เรียนอยู่ ม. ปลายแล้วนะ แต่แค่ไปสอบผ่านแล้วมีใบขับขี่เฉยๆจริงๆเพราะว่าชั่วโมงการขับรถผมก่อนจะมาซื้อรถคันนี้นี่แทบจะนับชั่วโมงได้ครับทั้งๆที่มีใบขับขี่มาเจ็ดปีกว่าแล้ว ^^;


ตอนแรกสุดเลยหลังจากได้รับคำสั่งจากที่บ้านให้ซื้อรถมาขับ ก็มองไปที่รถมือสองที่ราคาราวๆแสนกว่าบาทถึงสามแสนเป็นทางเลือกแรกๆ เพราะกะว่าจะซื้อเงินสดไปเลยทีเดียวไม่ต้องผ่อนตัวเลือกที่คิดไว้แรกสุดเลยคือ Nissan Sunny B14 แต่แล้วก็เปลี่ยนรุ่นไปเรื่อยๆตั้งแต่ Mitsubishi E-car Honda Civic 3D,Mitsubishi ท้ายเบนซ์, Toyota Soluna รุ่นแรกแล้วก็ Vios รุ่นแรกๆ ก็เพราะตกลงเลือกไม่ได้สักทีก็เลยเปลี่ยนรุ่นไปเรื่อยนี่ละครับเลยทำให้ใช้ เวลานานมากๆจนโดนบ่น
แล้วตอนหลังก็คิดได้ว่าถ้าไปซื้อรถมือสองที่มีอายุหลายปีซื้อมาเสร็จยังไม่พอ ยังต้องซ่อมจิปาถะอยู่เรื่อยๆก็เลยตัดความคิดที่จะซื้อรถมือสองออกไปเลยแต่ก็ยังตกลงไม่ได้อยู่ดีว่าจะซื้อรถใหม่เป็นรุ่นและยี่ห้ออะไรดีจนมาช่วงปลายปีที่แล้วก็ได้ข่าวการนำเข้า Suzuki Swift (ภาพล่าง) จาก อินโดนีเซีย เข้ามาขายในไทยก็เลยเกิดความสนใจรถรุ่นนี้ขึ้นมา

 



ผมชอบรถเล็ก Sub-Compact ทรง Hatchback แบบพวก Jazz,Yaris อยู่แล้ว Swift เลยเป็นตัวเลือกนึงที่น่าสนใจ ยิ่งพอได้หาข้อมูล spec ของรถ เห็นรูปทรงรถแล้วก็ยิ่งชอบถูกใจเข้าไปอีกกับราคาของตัวรองท้อปที่ 599,000 และตัวท้อปที่ 649,000 ก็ถือว่ายอมรับได้กับ option ของรถที่อัดมาให้จุใจจริงๆไม่ว่าจะเป็นแอร์ Digital,ถุงลมนิรภัยคู่หน้า ระบบ เบรค ABS,EBD,BA เครื่อง 1500 เกียร์อัตโนมัติ Keyless start กระจกข้างมีระบบพับอัตโนมัติแถมมีระบบกรองอากาศในรถเบาะหลังพับได้ 60:40 ระบบเครื่องยนต์ที่ไม่ซับซ้อนทำให้ดูแลซ่อม
บำรุงง่าย แต่สุดท้ายแล้วก็โดนตัดทิ้งไปเนื่องจากที่บ้านไม่เห็นด้วยที่จะเล่นรถยี่ห้อนี้เพราะศูนย์บริการยังน้อย
ค่าอะไหล่ต่อไปน่าจะแพงอยู่เพราะในไทยยี่ห้อนี้ไม่ค่อยเป็นที่นิยมมานานแล้วและเรื่องราคารถโดนที่บ้านบอกว่าแพงเอาการอยู่เพราะเป็นรถ Sub-compact ราคาขนาดนี้เขาอยากให้ไปซื้อพวกรถ Sedan ขับไปเลยมากกว่า (รถรุ่นนี้ Suzuki เคยเอามาขายในไทยแล้วทีนึงน่าจะประมาณปี 08 เป็นตัวประกอบญี่ปุ่นราคาโหดร้ายมากที่ ล้านกว่าบาทครับ ^^; )

 

เวลาก็เลยผ่านมาเรื่อยๆโดยที่ยังหารถที่โดนใจไม่ได้สักที ก็แอบมอง Mazda 2 Hatchback ใหม่ที่มาเปิดตัวช่วงปลายปีที่แล้ว(รูปข้างบน)อยู่บ้างเหมือนกันแต่ก็ไม่ผ่านมติที่บ้านอีกด้วยสาเหตุอะไหล่มันแพง(อีกแล้ว)และราคาตอนขายต่อน่าจะตกมากซึ่งเรื่องนี้ผมไม่คิดอะไรมากนะแต่มติที่บ้านไม่ผ่านก็คือไม่ผ่านก็เลยต้องตัดไปอีกคันจนมาถึงเมื่อต้นปีที่ผ่านมาก็ได้ข่าวกระแส Eco-Car คันแรกในไทยที่ Nissan กำลังจะเปิดตัวช่วงเดือนมีนาคม เห็นว่าจะเป็นรถที่ทำออกมาเพื่ออนุรักษ์พลังงานรักษาสิ่งแวดล้อมประหยัดน้ำมันและที่สำคัญราคาไม่แพงด้วยเพราะได้ส่วนลดภาษีเนื่องจากเป็นรถที่อยู่ในโครงการ Eco-car ของรัฐบาลก็เลยตัดสินใจรอดูว่าเปิดตัวมาว่าจะถูกใจในรูปทรง Spec ต่างๆและราคาจะโดนใจไหมในภาพด้านล่างนี่เป็นภาพ Sketch ที่เห็นในช่วงแรกๆ

 



สุดท้ายแล้วก็คุ้มค่ากับที่รอคอยครับเพราะหลังจากเห็นภาพรถ ตัวจริงกับราคาแล้วก็ถือว่าถูกใจ
และตรงกับความต้องการจริงๆคือรถราคาไม่แพง มาก เป็นรถใหม่ เทคโนโลยีใหม่ ประหยัดน้ำมัน
เป็นรถเล็กทรง Hatchback แบบที่ผมต้องการพอดีเพราะเนื่องจากผมขับรถในเมืองเป็นส่วนมาก
จึงอยากได้รถ เล็กที่หาที่จอดง่าย วงเลี้ยวแคบ ซ่อกแซกไปตามถนนเล็กๆ รถติดๆ ในกทม. ได้สะดวก
อีกข้อนึงคือเป็นรถเกียร์ Auto เพราะผมเองขับรถเกียร์ธรรมดามาตลอด (ที่บ้านมีแต่รถเกียร์ธรรมดา)
เลยทำให้รู้ดีว่าการที่เราเจอกับสภาพรถติดๆแล้วเราต้องเหยียบคลัชเข้าเกียร์พอไปได้นิดเดียว
ต้องเบรคเหยียบคลัชน์เข้าเกียร์ว่างวนลูปอยู่อย่างนี้ตลอดบ่อยๆมันเมื่อยเท้าเมื่อยขาขนาดไหน ^^;

สุดท้ายแล้ว Nissan March นี่ละครับที่ตอบโจทย์การใช้รถของผมได้ตรงตามที่ต้องการเลย
และที่บ้านก็เห็น ด้วยว่าคันนี้คุ้มราคาไม่แพงผ่อนได้ไหวสบายแน่ๆ
ทำให้ตัดสินใจซื้อรุ่น V/CVT ในราคา 507,000 บาท (จะมีเศษมา 7,000 ทำไมนิ)
และบาปนี้ก็ใหญ่หลวงนักเพราะผมซื้อแบบเงินผ่อนต้องจ่ายค่า upkeep ต่ออีกทุกๆเดือนๆละ 9000 นิดๆ
เป็นเวลาสี่ปีอีกต่างหาก T-T

จากการใช้งานจริงจนถึงตอนนี้ที่ขับไปเกือบๆจะพันโลก็บอกได้เลยว่าถูกใจเจ้า March มากเพราะสามารถ
ตอบสนองความต้องการผมได้อย่างลงตัวมากๆตั้งแต่เรื่องเครื่องยนต์ที่ดูเหมือนจะเล็กแต่ก็เล็กพริกขี้หนู
เพราะว่าอัตราเร่งและความเร็วไม่ได้ช้ากว่าพวกเครื่องใหญ่กว่าอย่าง 1500cc จนสังเกตเห็นได้เลย
จะมีก็แต่ตอนออกตัวที่จะเนิบๆนิดนึงเนื่องจากเกียร์ระบบ CVT ที่ออกแบบมาอย่างนี้ความเร็วช่วงกลาง
40-80 ไม่มีปัญหาเลยกดคันเร่งนิดเดียวแรงบิดที่ทำให้รถเร่งความเร็วขึ้นก็มาแล้ว ช่วงนี้เนื่องจากยัง
ไม่พ้นรันอินเลยไม่ได้ขับเกิน 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงเท่าไหร่แต่ก็ได้ใช้ความเร็วระดับนี้มาแล้ว
ตรงถนนบางนาตราดก็ไม่เจอปัญหารถมีอาการโคลงหรือปลิวตามแรงลมไม่มั่นคงอะไร
แม้จะเป็นรถเล็กน้ำหนักเบาก็ตามและสามารถวิ่งขนาบข้างแซงรถบรรทุกได้สบายๆไม่มีอาการ
ถูกดูดอะไรให้เห็น การขับขี่ให้ความนุ่มนวลไม่มีอาการกระตุกตอนเปลี่ยนเกียร์ให้เห็นเหมือนระบบเกียร์ Auto
ทั่วๆไป แต่แลกมากับการที่ต้องดูแลรักษามากกว่ากันหน่อยเช่นถ้าลืมเปลี่ยนน้ำมันเกียร์ตามระยะมีสิทธิ์
เกียร์พังกันได้ง่ายๆ

ข้อตำหนิของเจ้า March คันนี้ที่ผมไม่ชอบก็มีแค่เรื่องเบาะหลังที่ไม่มีพนักผิงศรีษะมาให้นี่ละ
ทั้งๆที่ตัวส่งออกนอกมีมาให้ทุกรุ่นแม้แต่รุ่นล่างสุด! อีกเรื่องคือเบาะหลังพับแบบ 100:100
เลยคือถ้าจะพับก็พับหมดลงมาทั้งแผง... ถ้าจะบรรทุกของใหญ่หน่อยแล้วไปกันสามคนไอ้คนที่สาม
ก็ต้องนอนกลิ้งกับของอยู่ข้างหลังนั่นละครับ ^^;
ไม่มีการพับแบบ 60:40 เหมือนรุ่นอื่นๆแม้จะเป็นรุ่น Top ก็ตามก็ตามแต่ถ้าตัวส่งออกนอกก็มีให้อีกแล้ว....
มันน่าน้อยใจจริงๆทั้งๆที่เราก็เป็นประเทศที่ผลิตรถรุ่นนี้ส่งออกอยู่แล้วแต่ที่ขายในประเทศกับโดนตัดนู่นตัดนี่ออกซะงั้น

สิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆก็มีมาให้พอสมควรทั้งระบบแอร์ดิจิตอล และกุญแจรีโมท ระบบเกียร์ CVT
ที่ไม่ได้ใช้รอบสูงอะไรเลยถ้าความเร็วคงที่กดคันเร่งคาไว้เฉยๆรอบเครื่องจะอยู่แค่ประมาณ 1500 - 2000 รอบเองครับ สำหรับเครื่องยนต์สามสูบ 1200 cc ที่ Nissan โฆษณาความประหยัดน้ำมันไว้ที่ 20 กิโล/ลิตร แต่ขับจริงอาจจะน้อยกว่านั้นบ้างแต่ ได้เห็นผลทดสอบแบบการใช้งานจริงจากเว้บแห่งนึง(ลิงค์อยู่ด้านล่าง) อยู่ที่ 17.25 กิโล/ลิตร ก็ถือว่าใช้ได้เลยทีเดียวครับ
ของผมเองตอนนี้จอแสดงโชว์อยู่ประมาณ 15.5 กิโล/ลิตรครับ




ในความคิดผมแล้ว Nissan March ถือเป็นทางเลือกนึงของคนที่ต้องการรถเล็ก ใช้ขับในเมือง ขับง่าย วงเลี้ยวแคบ อัตราเร่งกำลังดีขับสวนกับรถคันอื่นในซอยแคบๆได้สบายๆ ต้องการประหยัดน้ำมันรักษาสิ่งแวดล้อม และที่สำคัญราคาไม่แพงจนเกินไปด้วยครับโดยตัวถูกสุดเริ่มต้นที่ 375,000 บาท ถ้าไปอ่าน spec อาจจะรู้สึกมันไม่มีอะไรเลยไปหน่อยแต่บางคนขอแค่เป็นรถใหม่ป้ายแดงมีเทคโยโลยีเครื่องยนต์ใหม่ๆมาให้ก็พอใจแล้วไม่สน option ต่างๆเพราะซื้อมาใส่ทีหลังได้ ทำให้มีคนซื้อรุ่นถูกสุดนี่เยอะเหมือนกันครับเท่าที่ได้ยินมา ส่วนรุ่นสูงๆขึ้นมาก็แล้วแต่ละคนครับว่าจะชอบตัวไหน option ประมาณไหนกำลังดีและเหมาะกับเรา แต่ขอบอกว่าถ้าสนใจซื้อรถรุ่นนี้ รุ่นอื่นๆตอนนี้นอกจากรุ่น V อาจต้องรอรถนานกันหน่อยครับเพราะว่าผลิตไม่ทันขายกันเลยทีเดียวเห็นบางคนนี่รอกว่าจะได้รถเดือนตุลาคมเลยก็มีครับ ^^;

สำหรับท่านที่สนใจอยากได้ข้อมูลรถรุ่นนี้เพิ่มเติมก็ไปโหลดโบรชัวร์ที่
http://www.nissan.co.th/march/main.html ได้เลยครับ
และใครอยากเห็นหน้าตาของ March ญี่ปุ่นก็เปิดไปชมที่
http://www2.nissan.co.jp/MARCH/
ได้เลยเช่นกันมีข้อมูลให้อ่านทั้ง spec,option และราคาจำหน่าย (ถ้าอ่านออกนะ)

และล่าสุดก็มี Review ของไทยจาก Web Headlightmag และ Motortrivia ของเจ้า March ออกมาแล้ว
ใครสนใจก็เอาเม้าไปคลิ้กที่ชื่อเว้บเพื่ออ่านกันได้เลยครับ

ด้านล่างต่อจากนี้ก็รูปยาวครับ

 

 

 

 

 

 

 

edit @ 26 Jul 2010 23:02:36 by Huntz

edit @ 26 Jul 2010 23:12:09 by Huntz

Comment

Comment:

Tweet

#10 By สติ๊กเกอร์ไลน์ (183.89.83.82|183.89.83.82) on 2014-11-28 05:50

กำลังหาข้อมูลตัดสินใจ..ขอบคุณนะค่ะ

#8 By krupui (182.232.116.152) on 2011-07-04 23:44

อยากได้มั่งจางงงงงงงงงงงง!

#7 By 99rooms (124.120.56.242) on 2010-09-08 15:22

ตัดสินใจไม่ผิดแล้วครับที่เลือก March ยินดีด้วยนะครับ

#6 By Biere (125.24.237.114) on 2010-08-19 22:36


ยอดจอง เป็นหมื่นคับแล้ว

#5 By chaimim (114.128.112.141) on 2010-07-31 15:29

รอถึงสองสามเดือนเลยรึ กรูอยากจะบ้าตาย

#4 By (111.84.170.56) on 2010-07-27 20:57

ดีใจด้วยนะครับ ^^ แต่รถรุ่นนี้ผมว่าประหยัดน้ำมันดีนะ

#2 By Kuroiketaro on 2010-06-27 08:38

ต่อไปก็ซื้อบ้านสินะ

#1 By HellHound on 2010-06-25 08:32

[removed] (function(i,s,o,g,r,a,m){i['GoogleAnalyti=r